ชีวิตวัยทำงานเป็นอะไรที่แสนวุ่นวายชวนเวียนหัวอย่างมาก
ทั้งผู้คนมากหน้าหลายตาที่วนเวียนเข้ามาสร้างปัญหาให้ต้องคอยตามแก้อยู่ทุกวี่วัน ทั้งเรื่องปวดเศียรเวียนเกล้าต่างๆนานาอย่างบิลค่างวดรถ ค่าน้ำ
ค่าไฟ ค่าแชร์ที่ประเดประดังเข้ามาพาให้ชักหน้าไม่ถึงหลัง
จะมีก็แค่คำว่าพักผ่อนเท่านั้นที่จะช่วยเยียวยาทุกสิ่งได้
อพาร์ตเม้นป้าตุ๊กเป็นสถานที่พักผ่อนสำหรับช่วงเวลาอันเหนื่อยหน่ายของโอ
มันเป็นห้องเช่าที่ใกล้กับสถานที่ทำงานของเขามากแค่เดินไม่กี่เมตรก็ถึงทำให้เขาสามารถประหยัดค่าเดินทางไปได้มาก ทั้งยังราคาถูกและมีห้องที่กว้างขวาง เวลาที่โอได้เข้ามาในห้อง
เปิดแอร์เย็นๆสักหน่อยแล้วนอนพักมันจึงราวกับว่าเขาได้ขึ้นมาอยู่บนสรวงสวรรค์ชั่วขณะเลยทีเดียว
“เฮ้ยโอ เย็นนี้ไปตั้งวงกันที่ห้องพี่ป่าว”
“ไม่ล่ะพี่ชาติ คุณชัยเขาให้งานผมไว้ยังไม่เสร็จเลยพี่”
“พักผ่อนบ้างเหอะไอน้อง ทำโอเยอะไม่ดีต่อสุขภาพนะเว่ย ถ้ายังไงเสร็จแล้วตามมาก็ได้ สนุกๆกันหน่อยจะได้หายเครียด”
“งั้นเดี๋ยวขอปั่นงานก่อนนะพี่เดี๋ยวผมตามไป”โอบอกกับรุ่นพี่คนสนิทก่อนจะก้มหน้าก้มตาลงหมกตัวอยู่หน้าคอม เร่งพิมพ์งานต่อให้เสร็จโดยเร็วหวังว่าจะได้ไปตั้งวงสังสรรค์เฮฮากับเหล่ารุ่นพี่บ้าง
...จะให้งานอะไรมานักหนาวะ คนนะไม่ใช้หุ่นยนต์...
โอ
แอบบ่นในใจกับการกระทำของหัวหน้าที่ตั้งแต่ได้เขามาอยู่ในทีมอย่างเป็นทาง
การก็เริ่มจิกหัวใช้เยี่ยงทาสราวกับเป็นลูกเมียน้อยก็ไม่ปาน
แต่ถึงอย่างนั้นโอก็ได้แต่บ่นอยู่ในใจเพราะเขาเป็นเด็กใหม่
เพิ่งจะผ่านโปรมาได้หมาดๆยังไม่อยากแหกปากเรียกร้องความสนใจให้มันมากนักเดี๋ยวจะโดนบีบให้ออกซะก่อน
สามชั่วโมงผ่านไปกับการต้องนั่งพิมพ์งานเรียบเรียงข้อมูลให้เข้ากับเนื้อหาสำหรับไว้นำเสนอ กว่าจะเสร็จโอก็นั่งบนเก้าอี้จนปวดเมื่อยทั้งหลังทั้งไหล่ไปหมด
ทั้งบริษัทก็เหลือแต่เขาคนเดียวแล้วที่อยู่ในตอนนี้
ความวังเวงจึงเจืออยู่ในบรรยากาสของออฟฟิตชวนให้คนที่เพิ่งรู้ตัวได้ขนลุกซู่
โอรีบเก็บกระเป๋า
ในหัวเขาพาลนึกถึงเรื่องราวที่ป้าแม่บ้านเล่าให้ฟังอย่างช่วยไม่ได้กับเหตุสยองขวัญภายในตึกนี้
‘เขาว่าตึกนี้เจ้าที่แรงนะคะคุณโอ โดยเฉพาะชั้น 3 คนชั้นนั้นไม่มีใครเขาอยู่จนมืดหรอกค่ะ คุณโอก็อย่าเที่ยวขึ้นไปเพ่นพ่านตอนโพล้เพล้นะคะ’
ยัง
โชคดีที่ออฟฟิตของเขาอยู่ชั้นสองจึงโล่งใจได้เปลาะนึงว่าจะไม่ต้องเดินผ่าน
ชั้นอันตรายนั่นแน่ๆแต่ก็ยังต้องใช้บันไดลงมาอยู่ดีซึ่งในตอนนี้ชั้นสามคง
ปิดไฟมืดสนิทไปแล้ว บรรยากาศในตอนนี้คงจะอึมครึมวังเวงมากแน่ๆ
“พี่ชาติยังกินกันอยู่มั้ยวะเนี่ย”เขาเบี่ยงเบนความคิดตัวเองให้หายกลัวพลางหยิบมือถือขึ้นมากดโทรหาหนุ่มรุ่นพี่คนสนิท
ตรู๊ดดด ตรู๊ดดดด
ตรู๊ดดดด
"ฮัล โหลพี่ชาติ ยังอยู่กันมั้ยพี่ ฮัลโหลๆ"โอเอ่ยพูดออกไปก่อนเพื่อทำให้รู้สึกเหมือนมีคนคุยด้วยระหว่างที่ขา ทั้งสองค่อยๆก้าวเดินไปยังบันไดด้วยความหวาดกลัว
"ฮัล โหลพี่ชาติ ยังอยู่กันมั้ยพี่ ฮัลโหลๆ"โอเอ่ยพูดออกไปก่อนเพื่อทำให้รู้สึกเหมือนมีคนคุยด้วยระหว่างที่ขา ทั้งสองค่อยๆก้าวเดินไปยังบันไดด้วยความหวาดกลัว
โอ
พยายามทำเป็นสนใจโทรศัพท์ขณะเดินไปยังบันไดทางลงแต่ด้วยความที่ชั้นพักของ
บันไดระหว่างขึ้นไปยังชั้นสามเป็นกระจกหน้าต่างบานใหญ่และในคืนนี้แสงจากดวง
จันทร์เต็มดวงกำลังสาดส่องลงมาสว่างเฉิดฉายก็ทำให้โอต้องชงักเพราะมันพาเอา
เงาอะไรบางอย่างพาดผ่านขั้นบันไดลงมาด้วย
“ฮัลโหล ฮัลโหลพี่ชาติ
ฮัลโหล!!!”
“...เออไอน้องว่างาย”เสียงจากปลายสายดังขึ้น ดีกรีความเมาส่งผลให้น้ำเสียงที่เปล่งออกมาอ้อแอ้ไม่ค่อยรู้เรื่องนักแต่ชวนให้ชายหนุ่มใจชื้นไม่น้อย
“ยังอยู่กันมั้ยพี่ ผมเพิ่งเสร็จ”โอพูดไปก็รีบจ้ำอ้าวลงจากตึกแทบจะบินลงมา ไม่แม้แต่จะหันไปมองเงาอะไรก็ตามจากชั้นพัก
“ช้าไปว่ะไอน้อง พวกพี่แม่งวงแตกวันเมื่อกี้เอง
พอดีไอ้ต่อเมียมันตามกลับบ้านเลยแยกไปหมดละ คราวหน้าเว่ย”ชายหนุ่มรุ่นพี่เอ่ยปลอบ แต่ถึงยังไงตอนนี้โอก็รู้สึกโล่งมากแล้ว
ถึงจะไม่ได้ไปแต่เสียงของรุ่นพี่ก็ยังช่วยให้เขาได้มีเพื่อนคุยพอให้หายกลัวได้
“โอเคพี่ ไว้คราวหลังก็ได้ แค่นี้นะครับ”เขาวางหู แทบจะถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกที่ก้าวพ้นออกมาจากตึกเป็นที่เรียบร้อยสักที
ห้องพักของโอเป็นห้องสี่เหลี่ยมไม่กว้างนัก
มีข้าวของเครื่องใช้วางอยู่พอสมควรไม่ได้ดูเป็นระเบียบเรียบร้อยเท่าไหร่นัก จะมีก็แต่เตียงขนาดใหญ่ที่กินพื้นที่เกือบหนึ่งในสี่ของห้องเท่านั้นที่ดูสะอาดตาและจัดเป็นระเบียบ
โอชอบความเป็นส่วนตัว
หน้าต่างบนหัวนอนของเขามักจะรูดม่านปิดไว้เสมอป้องกันคนจากทางเดิน
ข้างนอกมองเข้ามาภายในรวมทั้งปลายเตียงที่เป็นประตูกระจกขนาดใหญ่เขาก็เอา
ม่านผืนยาวมาแขวนไว้ด้วยไม่ให้ใครจากตืึกข้างๆแสบสอดส่องด้วยสายตาสู่รู้
เข้ามาได้
"เฮ้อ!
เหนื่อยเป็นบ้า"เขาบ่น
แทบจะโยนกระเป๋าทิ้งกับพื้นด้วยอารมณ์หงุดหงิดกับงานและความซวยที่ต้องมาเจอ
เรื่องแปลกๆจากออฟฟิต
แม้ใจอยากจะไปดื่มกับรุ่นพี่สักหน่อยเพื่อให้หายเหนื่อยหายกลัวแต่ในเมื่อ
ไม่สามารถทำได้ก็คงต้องใช้วิธีพักผ่อนเอนหลังแทน
ชาย
หนุ่มจัดการถอดเสื้อผ้าเข้าไปวิ่งผ่านฝักบัวในห้องน้ำลวกๆชั่วครู่ก่อนจะออก
มาเช็ดตัวเปิดแอร์ให้เย็นฉ่ำแล้วเอนหลังลงนอนบนเตียงหนานุ่มด้วยความล้า
...วันนี้ช่างยาวนานเหลือเกิน ถ้าเป็นกลางคืนอย่างนี้ตลอดไปก็คงดีจะได้พักผ่อนให้เต็มที่ไปเลย...
ลม
แอร์เย็นๆพัดพาให้โอรู้สึกผ่อนคลาย
หนังตาของเขาเริ่มจะหนักมากขึ้นเรื่อยๆ
โอตัดสินใจลุกไปปิดไฟให้ห้องกลับมาอยู่ในความมืดอีกครั้งและล้มตัวลงนอนทั้ง
ผ้าขนหนูอย่างนั้น
ความมืดกับสายลมเย็นฉ่ำจากแอร์ค่อยๆพาให้เขาเข้าสู่ห้วงนิทราไปอย่างง่ายดาย
เขาหลับไปนานเท่าไหร่ไม่อาจจะรู้ได้ รู้เพียงแค่มีเสียงอะไรบางอย่างมาทำให้เขาต้องตื่น เสียงดนตรีทั้ง ปี่ ฉาบ กรับ โหม่ง ระนาด ฆ้อง ประโคมเบาๆแต่ดังราวกับอยู่ข้างหู
"อืมมมม"โองัวเงียตื่นขึ้นมาด้วยความหงุดหงิด หันไปมองข้างเตียงโดยคิดเพียงว่าคงเป็นอะไรสักอย่างดังมาจากโทรศัพท์ แต่ทุกอย่างกลับเงียบและมืดมิด
โทรศัพท์ของเขาไม่ได้อยู่ข้างตัว จริงๆเขาเก็บใส่ซองข้างกระเป๋าเป้ไว้ตั้งแต่ที่โทรหาพี่ชาติเสร็จและเป้ก็ถูกโยนไว้ปลายเตียง แล้วเสียงดนตรีไทยนี้มันดังมาจากไหนล่ะ
ในระหว่างที่เขาเริ่มขนลุกกับเสียงดนตรีไทยที่เงียบหายไปและทำท่าจะก้าวลงจากเตียงไปเปิดไฟห้องให้สว่าง สายตาของเขาก็ต้องชะงักวูบเมื่อเห็นว่าแสงจันทร์สว่างจ้าลอดผ่านประตูกระจกหลังห้องมากระทบผ้าม่านให้เห็นภาพเงาภายนอกได้รางๆ แต่มีเงาหนึ่งที่เด่นชัดอยู่กลางม่าน มันเป็นเงาคล้ายคนแต่งชุดนางรำทรงเครื่องครบครันยืนอยู่โดยให้แสงจันทร์ทำหน้าที่เป็นไฟสปอร์ตไลท์ฉายส่องเข้ามา
โอถึงกับชะงัก จ้องมองเงานั้นตาไม่กระพริบ ความตื่นกลัวทำให้ร่างกายเย็นเยือกหนาวสะท้าน หัวใจในอกเต้นรัวราวกับเสียงกลอง
เตร้ง เตรง เตร่ง เตร้ง
เสียงดนตรีไทยกลับมาดังอีกครั้งข้างหูเหมือนอยากจะใช้เสียงหัวใจเต้นรัวของโอเป็นเครื่องดำเนินจังหวะ
โอขนลุกซู่ ร่างสั่นสะท้านเมื่อเห็นว่าที่หางตามีใบหน้าขาวๆในชุดนางรำกำลังยืนอยู่ใกล้ชิดติดเตียง
"เตร้ง เตรง เตร่ง เตร้ง"เสียงคลอเพลงดนตรีไทยดังออกมาจากปากใครคนนั้นก่อนที่โอจะสติดับวูบไปด้วยความหวาดกลัวสุดขีด
เขาหลับไปนานเท่าไหร่ไม่อาจจะรู้ได้ รู้เพียงแค่มีเสียงอะไรบางอย่างมาทำให้เขาต้องตื่น เสียงดนตรีทั้ง ปี่ ฉาบ กรับ โหม่ง ระนาด ฆ้อง ประโคมเบาๆแต่ดังราวกับอยู่ข้างหู
"อืมมมม"โองัวเงียตื่นขึ้นมาด้วยความหงุดหงิด หันไปมองข้างเตียงโดยคิดเพียงว่าคงเป็นอะไรสักอย่างดังมาจากโทรศัพท์ แต่ทุกอย่างกลับเงียบและมืดมิด
โทรศัพท์ของเขาไม่ได้อยู่ข้างตัว จริงๆเขาเก็บใส่ซองข้างกระเป๋าเป้ไว้ตั้งแต่ที่โทรหาพี่ชาติเสร็จและเป้ก็ถูกโยนไว้ปลายเตียง แล้วเสียงดนตรีไทยนี้มันดังมาจากไหนล่ะ
ในระหว่างที่เขาเริ่มขนลุกกับเสียงดนตรีไทยที่เงียบหายไปและทำท่าจะก้าวลงจากเตียงไปเปิดไฟห้องให้สว่าง สายตาของเขาก็ต้องชะงักวูบเมื่อเห็นว่าแสงจันทร์สว่างจ้าลอดผ่านประตูกระจกหลังห้องมากระทบผ้าม่านให้เห็นภาพเงาภายนอกได้รางๆ แต่มีเงาหนึ่งที่เด่นชัดอยู่กลางม่าน มันเป็นเงาคล้ายคนแต่งชุดนางรำทรงเครื่องครบครันยืนอยู่โดยให้แสงจันทร์ทำหน้าที่เป็นไฟสปอร์ตไลท์ฉายส่องเข้ามา
โอถึงกับชะงัก จ้องมองเงานั้นตาไม่กระพริบ ความตื่นกลัวทำให้ร่างกายเย็นเยือกหนาวสะท้าน หัวใจในอกเต้นรัวราวกับเสียงกลอง
เตร้ง เตรง เตร่ง เตร้ง
เสียงดนตรีไทยกลับมาดังอีกครั้งข้างหูเหมือนอยากจะใช้เสียงหัวใจเต้นรัวของโอเป็นเครื่องดำเนินจังหวะ
โอขนลุกซู่ ร่างสั่นสะท้านเมื่อเห็นว่าที่หางตามีใบหน้าขาวๆในชุดนางรำกำลังยืนอยู่ใกล้ชิดติดเตียง
"เตร้ง เตรง เตร่ง เตร้ง"เสียงคลอเพลงดนตรีไทยดังออกมาจากปากใครคนนั้นก่อนที่โอจะสติดับวูบไปด้วยความหวาดกลัวสุดขีด