วันศุกร์ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2563

คนคุย




เมื่อเพื่อนๆกลับไปกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว  ชาติก็จัดการเก็บกวาดห้องให้กลับมาอยู่ในสภาพปกติอีกครั้ง  ทั้งแก้วทั้งจานถูกเอาไปรวมกันที่ส่วนซักล้างหลังห้อง  ไม้กวาดถูกหยิบออกมากวาดทำความสะอาดจนห้องกลับมาสะอาดเอี่ยมอีกครั้ง
เมื่อห้องกลับสู่สภาวะปกติไม่มีคนภายนอกมารบกวน  ชาติก็เริ่มต้นหยิบโทรศัพท์ออกมากดเปิดแอปแชตขึ้นมากรอกข้อความลงไปอย่างต่อเนื่อง
‘ไม้’
‘เป็นอะไรเหรอ  ไม่ตอบพี่มาเป็นอาทิตย์แล้วนะไม้’
‘โกรธอะไรพี่รึเปล่า  บอกกันได้นะ  พี่พร้อมจะทำถ้าไม้จะยอมคุยด้วย’
ไม่ว่าจะพิมพ์ไปกี่ประโยคก็ยังคงมีแต่ความเงียบตอบกลับมาเพียงเท่านั้น  นี่มันอาทิตย์นึงแล้วที่ไม้  อดีตน้องรหัสในมหาลัยของเขาไม่ยอมตอบอะไรมาเลยตั้งแต่ที่ได้ตกลงคบกัน

...ย้อนไปเมื่อเดือนก่อน
ในขณะที่ชาติกดนิ้วลากไถหน้าจอโทรศัพท์ไปมาด้วยความเบื่อหน่ายกับการทำงานในตอนบ่ายๆ  จู่ๆแชตของเขาก็แจ้งเตือนขึ้นมาว่ามีคนทักเข้ามา
ตือดึ้ง!
ชายหนุ่มกดเข้าไปดูแก้เซ็ง  แล้วก็ต้องเลิกคิ้วสูงเมื่อเห็นว่าข้อความนั้นมาจากไม้  น้องรหัสสาวสวยตัวเล็กจากมหาลัยเดียวกันกับเขา  เธอไม่ได้ทักเขามาหลายปีมากแล้วตั้งแต่ที่เรียนจบมา  ถือเป็นครั้งแรกเลยที่เธอทักมาหา
‘พี่ชาติ  หนูไม้นะคะ  พี่จำหนูได้มั้ย’
‘อือ  นึกว่าตายไปละ  หายไปไม่ทักพี่ทักน้องเลย’
‘โถ่พี่ชาติ  อย่างอนนะๆๆ  หนูขอโทษ  หนูแค่เจอช่วงแย่ๆในชีวิตน่ะพี่เลยไม่อยากให้ใครรู้  กลัวเขาจะสมน้ำหน้าเอา’
“หึ!  อะไรของมันล่ะเนี่ย”ชาติยิ้มน้อยๆ  ไม่นึกว่าน้องรหัสที่หายหน้าไปนานจู่ๆจะกลับมาพร้อมเรื่องเศร้าเคล้าน้ำตา
‘มีอะไรล่ะ  เล่ามาๆ  พี่รอฟัง’
‘หนูไม่ได้จะทักมาคุยเรื่องนั้นสักหน่อย  หนูแค่จะลบแชตขยะแล้วเจอแชตพี่เข้าเลยอยากทักมาคุยเท่านั้นเอง  คิดถึงอ่ะไม่ได้เจอพี่ตั้งนาน  เลี้ยงข้าวน้องเหมือนเมื่อก่อนได้ป่ะ’
‘5555  ได้  แต่เอ็งต้องเล่ามาก่อน  เจออะไรมาถึงหายหน้าหายตาไปนานแบบนี้’
ชาติถามต่อไม่ยอมถอยง่ายๆ  ความอยากรู้อยากเห็นในเรื่องราวของรุ่นน้องผู้เคยสนิทสนมกันมาก่อนมันช่างหอมหวานน่าฟังยิ่งนัก
‘อ่ะๆๆ  เล่าก็เล่า  แต่พี่ต้องมาเลี้ยงข้าวหนูนะ’
‘จะให้พี่เลี้ยงข้าวแล้วยังให้พี่ไปหาอีกเหรอวะ’
‘ช่ายค่า!’
‘เออๆ  พรุ่งนี้ละกัน  วันศุกร์จะได้กลับบ้านเลย  ว่าแต่อยู่ไหนล่ะ’
‘มารับที่ทำงานหนูละกัน  ที่ห้องคงไม่สะดวก’
จากนั้นไม้ก็ส่งโลเคชั่นสถานที่ทำงานมาให้ชาติ  มันไกลยิ่งกว่าไกลจากที่ทำงานเขามาก  แทบจะอยู่สุดเขตเมือง  ทั้งยังไม่ใช่ทางผ่านไปบ้านเขาเลยด้วยซ้ำ  แต่ด้วยความที่ไม่ได้เจอรุ่นน้องคนนี้มานานชาติก็ยินดีจะไปหาเพื่อรับฟังความทุกข์ของมันสักหน่อย

ช่วงวันศุกร์หลังเลิกงาน  ชาติออกจากที่ทำงานขึ้นขับมอเตอร์ไซค์คันโตคู่ใจบิดออกไปยังสถานที่นัดหมายกับน้องรหัสไว้  ในใจนึกสงสัยว่าอะไรกันที่ทำให้สาวตัวเล็กผู้แสนจะร่าเริงหายตัวเงียบเข้ากลีบเมฆไม่ยอมโผล่ออกมาหาพี่น้องร่วมสถาบันเลยสักครั้ง
เกือบสองชั่วโมงบนท้องถนน  ในที่สุดชาติก็มาถึงตามโลเคชั่นที่ไม้แชร์มา  มันเป็นบริษัทด้านการเงินขนาดย่อมๆแต่ดูมั่นคงน่าเชื่อถือ  เขาไม่รอให้เสียเวลารีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นโทรหาน้องสายทันที
“ฮัลโหลไม้  พี่มาถึงหน้าบริษัทแล้วนะ”
“อ้อค่ะ!  ไม้รอพี่อยู่เลย  เดี๋ยวออกไปนะ”
หญิงสาวตัวเล็กๆหน้าใสผมยาวถึงกลางหลังดูสวยสะดุดตาเดินออกมาจากตึก  หากไม่ใช่เพราะดวงหน้าหวานกับแววตาทะเล้นขี้เล่นอันแสนคุ้นเคยชาติคงตะลึงคิดว่าหญิงสาวคนนี้คงเป็นนางฟ้าไปแล้ว
“พี่ชาติสวัสดีค่ะ”
“อือๆ  สวัสดี  ไม่ได้เจอกันนานสวยขึ้นเยอะเลยนะ”ชาติชมน้องรหัส  วางมือแปะลงบนหัวคนตัวเล็กอย่างคุ้นเคยสนิทสนม
“พี่ชาติอ่ะ  จับหัวหนูอยู่เรื่อยเลยนะ  หนูโตแล้วนะพี่”
“พี่ก็ยังเห็นเอ็งเป็นน้องอยู่วันยันค่ำแหละวะ  แต่ผอมลงนะ  ตอนเอ็งเรียนยังดูมีน้ำมีเนื้อกว่านี้หน่อย”
“สวยล่ะสิ  หึ!”
“ซูบไปหน่อยต่างหาก”ชาติแก้  แม้จะยิงมุกเล่นกันอย่างเมื่อสมัยเรียนแต่ชาติก็รู้สึกว่าน้องสาวคนนี้ไม่ค่อยร่าเริงเหมือนแต่ก่อนเท่าไรนัก  แววตายิ้มแย้มคู่นั้นมันแฝงอารมณ์โศกเหงาอยู่ลึกๆ
“ก็ตอนอยู่ ม.มีพี่เลี้ยงไง  ออกมาแล้วต้องหากินเองก็ได้แค่นี้แหละพี่  แต่วันนี้ขอย้อนอดีตหน่อยนะคะ  พี่เลี้ยงใช่ป่ะ”
“อือ  ตามใจเอ็งเลย”
ร้านข้าวข้างถนนเป็นร้านที่ไม้เลือกกิน  แม้เธอจะให้พี่รหัสเลี้ยงแต่เธอก็ยังเกรงใจไม่กล้าชวนเขาไปกินร้านแพง  เธอไม่อยากถูกรุ่นพี่คนสนิทแอบคิดว่าเธอหลอกกินจากเขา
“อร่อยมั้ย”
“อื้อ”
“แล้วมีเรื่องอะไรของเอ็งไหนเล่าให้พี่ฟังหน่อยสิ”
“...”ไม้เคี้ยวกลืนข้าวในปากก่อนจะหยิบแก้วน้ำมาดื่มล้างปากล้างคอ “มันก็...ไม่มีอะไรมากหรอกค่ะพี่ชาติ”
“เล่ามา”
“เล่าแล้วอย่าเอาไปเล่าต่อนะคะ...”
ชีวิตหลังเรียนจบของไม้ทุกอย่างมันเริ่มต้นจากที่แม่เพียงคนเดียวผู้ทำงานหนักส่งลูกสาวเรียนมาตลอดต้องล้มเจ็บลงจนไม่สามารถทำงานต่อได้  ไม้จึงต้องรีบหางานทำให้ได้เร็วที่สุดเพื่อเอาเงินมารักษาและเป็นเสาหลักให้ครอบครัวแทนแม่
แต่ความรันทดไม่ได้จบลงแค่นั้น  ด้วยหน้าตาจิ้มลิ้มน่ารักบวกกับรูปร่างเล็กเพรียวบางน่าถนอมของไม้ดันไปถูกตาต้องใจเจ้านายเข้า  เจ้านายเลยพยายามตามจีบตามตื๊อให้ได้เป็นแฟน  ซึ่งไม้ก็พยายามทุกทางบ่ายเบี่ยงไม่ให้อยู่ตามลำพังกับเจ้านายเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์เกินเลยขึ้น  ซึ่งมันอยู่ลำบากมากๆแต่ไม้ก็ต้องทนอยู่เพราะเธอยังไม่สามารถเปลี่ยนงานได้ในตอนที่แม่ต้องใช้เงินรักษาพยาบาลแบบนี้
หลังจากทนกับการคุกคามของเจ้านายมาเป็นปีในที่สุดแม่ก็หายจากอาการป่วย  ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังต้องเป็นเรี่ยวเป็นแรงให้กับครอบครัว  ต้องหาเงินเข้าบ้านเพื่อให้แม่ได้สบายหลังจากลำบากเลี้ยงเธอมาตั้งแต่เล็กจนโต  ซึ่งในช่วงนั้นเองที่โชน  หนุ่มจบใหม่เข้ามาทำงานในบริษัทเดียวกับเธอ
โชนตั้งธงจะจีบไม้ตั้งแต่เข้ามาใหม่ๆทั้งที่เธอเป็นรุ่นพี่  ในตอนแรกไม้ก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรกับเขานักเนื่องจากภาระของทางบ้านกับการต้องมาคอยระวังเนื้อระวังตัวจากเจ้านายแค่นี้ก็มากพอแล้วแต่เธอก็ต้องมองโชนใหม่เมื่อเขาถึงกับยอมเอาตัวเข้าปะทะกับเจ้านายเพื่อปกป้องเธอจากการคุกคามของเขา
แม้เพราะสาเหตุนั้นจะทำให้เธออยู่ต่อในบริษัทได้อีกไม่ถึงปีแต่ไม้ก็ยินดีที่จะออกจากที่นั่นอย่างเต็มใจพร้อมกับโชน  ถึงชีวิตจะขลุกขลักนิดหน่อยแต่โชนก็พร้อมจะอยู่เคียงข้างช่วยเหลือให้เธออบอุ่นปลอดภัย
แต่นั่นแค่จุดเริ่มต้นของความอัปยศทั้งหมดของไม้เพราะหลังจากที่เธอกับโชนออกจากงานมา  ไม้หางานทำสักพักก็ได้งาน  แต่กับโชน  เขาไปปะทะกับเจ้านายเก่าจนถูกไล่ออกจากบริษัท  ทั้งยังถูกหนังสือคอมเพลนอุปนิสัยประกาศว่อนไปในหลายบริษัทจนโชนไม่สามารถหางานทำได้  เขากลายเป็นคนตกงานเพราะไม้  ซึ่งเธอก็โทษตัวเองกับเรื่องนี้และคอยปลอบประโลม  ช่วยประคองโชนไปด้วยทั้งที่เธอก็ต้องดูแลครอบครัวไปด้วย
โชนเริ่มเป็นคนอารมณ์ร้อน  หงุดหงิดและพาลไปหมดกับทุกอย่างเพราะความเครียดจากการไม่มีงานทำ  ซึ่งคนที่รับเต็มๆคือไม้  เธอต้องเอาใจปลอบใจโชนสารพัด  ปลอบใจให้เขาอารมณ์เย็นลงและช่วยหาทางให้โชนได้ทำงานอื่นไปก่อนขณะหางานใหม่
แต่โชนชอบงานนั่งโต๊ะมากกว่า  เขาไม่ออกไปทำงานหาเงินอย่างอื่นและไม่สนใจช่องทางหาเงินอื่นเลยนอกจากงานนั่งโต๊ะเหมือนที่เคยทำมา  เมื่อว่างมกประกอบกับความน้อยเนื้อต่ำใจโชนก็เริ่มออกไปเมาบ้าง  พอเมาได้ที่กลับมาถึงก็จะต่อว่าไม้ที่เป็นสาเหตุให้เขาต้องหมดอนาคต  ซึ่งไม้ก็ทนรับเรื่องนี้เอาไว้เพราะถึงจะบ่นว่ายังไงเขาก็ไม่เคยลงมือลงไม้กับเธอ  ในช่วงปกติโชนก็ทำตัวดีไม่มีบ่นว่าอะไร  ไม้จึงได้แต่ทำใจประคับประคองทั้งแฟนทั้งแม่ไปเรื่อยๆโดยไม่ปริปากบ่น
ทุกอย่างดำเนินไปอย่างนี้เรื่อยๆจนไม่นานมานี้โชนไปงานเลี้ยงรุ่นของมหาลัย  เขาไปเจอรุ่นพี่ที่ชวนไปลองหาเงินทางลัดด้วยการเข้าไปเล่นในบ่อนพนัน
ในตอนแรกๆทุกอย่างมันก็ไปได้สวยแต่หลังจากนั้นก็เริ่มแย่ลงเมื่อโชนโดนกินมากกว่าได้  เงินที่เคยพอประทังชีวิตของไม้จึงเริ่มขาด  ครอบครัวเธอเริ่มลำบากแต่มาถึงตอนนี้พอเธอจะขอเลิกกับโชนก็ไม่ทันซะแล้ว  เขากลายเป็นคนที่ชอบใช้ความรุนแรง  หึงหวงและดื้อรั้นไม่ยอมเลิกกับเธอ  ชีวิตเธอจึงต้องติดแหง็กอยู่อย่างนี้ด้วยความกลัวว่าเธอกับครอบครัวจะเป็นอันตรายจากชายคนนี้
“แจ้งความสิไม้  ถ้าไม่กล้าไปพี่ไปแจ้งให้ก็ได้”
“แต่มันขู่ว่าถ้าออกมาได้จะมาเอาคืนไม้นะพี่  แล้วแบบนี้แม่ไม้ก็อันตรายไปด้วยนะ”
“แต่แบบนี้ชีวิตเอ็งมันก็จะไม่มีความสุขไปตลอดนะ”
“ทำไงได้ล่ะพี่  ถือว่าเป็นกรรมของไม้ก็แล้วกัน”ไม้พูดเศร้าๆก่อนจะเลือกเปลี่ยนเรื่องคุยเป็นเรื่องอื่นเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศ 
และนั่นก็เป็นจุดเริ่มต้นของการกลับมาคุยกันใหม่ในครั้งนี้ของพี่และน้องรหัส

ในตอนแรกชาติไม่ได้คิดอะไรกับรุ่นน้องคนนี้เลยนอกจากมีแต่ความเห็นใจให้เท่านั้น  เขาพยายามคุยปลอย  ช่วยหาทางแก้ให้สารพัดแต่ไม้ก็ปฏิเสธมาตลอด
และความเปลี่ยนแปลงก็เกิดขึ้นเมื่อไม้ถ่ายรูปรอยช้ำตามตัวเธอมาให้พี่รหัสดู  ชาติสนใจรอยช้ำนั้นและพิมพ์ด่าแฟนของไม้ไปได้หน่อยก็สะกิดใจกลับมาดูรูปใหม่  คราวนี้เขาสนใจบริเวณตำแหน่งของรอยช้ำมากกว่าเพราะมันล้วนอยู่ในร่มผ้าเกือบทั้งหมด  ซึ่งชายหนุ่มเจ้าชู้อย่างชาติย่อมรู้สึกซู่ซ่าเป็นธรรมดา  และในตอนนั้นเองที่ชาติคิดจะจีบน้องรหัสคนนี้ให้มาเป็นแฟนเขาให้ได้
ด้วยความกลัวว่าแฟนไม้จะจับได้ถ้าเขาไปหาไม้หรือมีเพื่อนที่ทำงานมาเห็นแล้วเอาไปคุยต่อ  ชาติจึงเลือกที่จะจีบน้องรหัสผ่านช่องแชตเพียงเท่านั้นโดยในตอนแรกเขาก็เนียนๆคุยถามสารทุกข์สุกดิบไปทุกวันก่อนจะเริ่มเพิ่มระดับมากขึ้นเรื่อยๆ
ระยะเวลากับทักษะจีบหญิงของชาติทำให้สาวรุ่นน้องยอมแพ้ให้กับเขาในเวลาเกือบสองเดือนเท่านั้น  จากนั้นชาติก็เริ่มขอเปลี่ยนเวลาคุยจากที่คุยกันในช่วงเวลาปกติก็เปลี่ยนเป็นคุยกันในช่วงดึกๆที่แฟนไม้หลับไปแล้วหรือช่วงเวลาที่ไม้อยู่ในที่ทำงานเท่านั้นเพื่อกันพลาดไม่ให้โชนได้เห็นข้อความการคุยจีบกันของทั้งสอง
แต่การคุยตอบกันไปมาของทั้งสองจู่ๆก็หยุดลงไป  ไม้ไม่ตอบกลับมาอีกเลยไม่ว่าเขาจะทักไปในช่วงเวลาไหน  เหมือนกับว่าไม้ได้ตัดการติดต่อเขาไปโดยสิ้งเชิงเป็นที่เรียบร้อยแล้วยังไงอย่างนั้น

ปัจจุบัน...
‘ไม้’
‘แปลว่าไม้กลับไปคบกับมันเหมือนเดิมใช่มั้ย  บอกพี่ก็ได้พี่จะได้ไป’ชาติพิมพ์ตัดพ้อเป็นประโยคสุดท้ายเพื่อดูว่าอีกฝ่ายจะอ่านแล้วทำยังไงต่อ  เขาไม่ได้ยี่หระเลยว่าน้องรหัสจะกลับไปคืนดีกับแฟนรึเปล่า  เขาแค่รู้สึกเสียเวลาที่ตามจีบมาตั้งนานยังไม่ได้เจาะไข่แดงเธอเท่านั้น  และถ้าเธอยังไม่ยอมตอบอยู่อย่างนี้อีกเขาก็แค่ไปหาคนอื่นแทนเท่านั้น
ในระหว่างที่ชาติกำลังหงุดหงิดกับการรอข้อความตอบกลับอยู่นั้นเอง  จู่ๆโทรศัพท์เขาก็สั่นพร้อมกับหน้าจอแสดงว่าไม้กำลังโทรผ่านแอปแช็ตมาหาเขาอยู่
ตรู๊ดดด  ตรู๊ดดดด  ตรู๊ดดดดด
ชาติกดรับอย่างไม่ต้องคิดนาน  รีบเอาโทรศัพท์มาแนบหูคุยเพื่อรอฟังคำตอบ
“ฮัลโหลไม้  เป็นอะไรไม่ตอบพี่เลย”
“พี่ชาติ  ไม้รักพี่นะคะ”
“พี่ก็รักไม้นะ  หายไปไหนมาเป็นอาทิตย์เลย  ไอนั่นไม่ได้ทำอะไรไม้ใช่มั้ย”
“พี่ชาติอยากอยู่กับไม้มั้ยคะ”เสียงถามกลับมาโดยไม่ได้ฟังหรือคิดจะตอบคำถามของเขาเลยสักนิดทำให้ชาติรู้สึกแปลกๆไม่ได้
“...อยากสิ  ถ้าไม้จะคบกับพี่แล้วก็ออกจากตรงนั้นมาเถอะเดี๋ยวพี่ไปรับ  พี่สัญญาจะปกป้องครอบครัวไม้เอง”
“พี่จะอยู่กับหนูใช่มั้ย”
“พี่สัญญาพี่จะไม่ทิ้งไม้แน่นอน  งั้นรีบเก็บของนะเดี๋ยวพี่ออกไปรับ”
“ไม่ต้องหรอกค่ะ”
“ทำไมล่ะ  ฮัลโหลๆ  ไม้”ชาติถามยังไม่ทันจบสายก็ตัดไปทำให้เขางงอย่างมากกับคำพูดแปลกๆของน้องรหัส  แต่ไม่ทันที่เขาจะได้คิดอะไร  ไม้ก็วีดีโอคอลมาหาเขาแทน
ตรู๊ดดด  ตรู๊ดดดด  ตรู๊ดดดดด
ชาติกดรับด้วยความสงสัย  แล้วก็ต้องผงะเมื่อเห็นว่าไม้กำลังหลับตาอยู่โดยสภาพรอบๆใบหน้าฟกช้ำบวมเป่ง  มุมปากมีคราบเลือดกับน้ำอะไรบางอย่างยืดย้อยออกมาเลอะเทอะชวนอ้วก
ในตอนที่ชาติตั้งสติได้และรู้แล้วว่าเขากำลังเจออยู่กับอะไร  ในตอนนั้นเองไม้ก็ลืมตาขึ้นมาให้เห็นตาขาวที่แดงก่ำเข้าไปถึงในตาดำก่อนเสียงแหบโหยจะเปล่งออกมาโดยที่ปากไม่ได้ขยับเลยแม้แต่น้อย
“พี่มาอยู่กับไม้แทนเถอะ!!!”

วันพุธที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2563

นัว



แสงไฟสีลิบๆแดงท้ายรถมอเตอร์ไซค์คันหน้าเด่นชัดอยู่ในสายตาโก้  มันเป็นแสงไฟจากรถของต่อนั่นเองที่โก้ขับตามอยู่
แม้บ้านของโก้จะทางเดียวกับต่อแต่เขาก็ต้องถึงบ้านก่อน  อีกทั้งต่อยังขับเร็วราวกับพายุทำให้ทั้งสองอยู่ห่างไกลกันมาก  โก้ก็ได้แต่มองไฟท้ายของเพื่อนแล้วนึกยิ้มๆที่มันกลัวเมียถึงขนาดต้องวิ่งจี๋กลับบ้านเร็วขนาดนี้
“ท่าทางจะเป็นเอามากนะมึงเนี่ย  ฮ่ะๆๆ...อ่าวเฮ่ย!! เชี่ยละไงเลี้ยวเข้าซอยนั้นทำไมล่ะวะ”โกอุทานออกมาทันทีเมื่อเห็นไฟหน้ารถเพื่อนเบี่ยงซ้ายเลี้ยวหายเข้าไปในซอยมืดๆ
โก้รู้ว่ามันเป็นเป็นทางลัดกลับบ้านเพื่อนแต่ซอยนี้โจรก็ชุมอีกทั้งเรื่องที่เกิดเมื่อสองสามวันก่อนอีก
โก้ได้รู้จากลูกน้องในที่ทำงานมาว่าเพิ่งจะมีข่าวรถแท็กซี่ชนคนเร่ร่อนไปเมื่อสามวันก่อน  ไม่รอดทั้งคู่
ลูกน้องเขาเล่าว่าเหตุเกิดเพราะคนเร่ร่อนเดินไปบังเลนแท็กซี่  รถแท็กซี่จึงหักรถออกขวาสุดตัวด้วยความตกใจทำให้รถบรรทุกที่กำลังจะแซงอยู่เลนขวาพุ่งชนหน้ารถแท็กซี่จนหน้าสะบัดอย่างแรงกลับไปชนกับคนเร่ร่อนตายคาที่  ส่วนรถแท็กซี่คงโดนแรงอัดกระแทกมหาศาลจากรถบรรทุก  ประตูฝั่งคนขับจึงยุบเข้าไป  ส่วนคนขับแท็กซี่คอหักตายติดอยู่ในรถนั่นเอง
“เรื่องของมึงนะเว่ยต่อ  กูไม่ยุ่งล่ะ”โก้เอ่ยกลัวๆ  ถึงเขาจะห้าวเป้งแค่ไหนก็ยังกลัวผีจับใจ  การจะให้เข้าไปตามเพื่อนทั้งที่รู้ว่าซอยนั้นเพิ่งจะมีคนตายคงไม่ใช่อะไรที่เขาอยากจะทำนัก

รถมอเตอร์ไซค์ค่อยๆทรงตัวมาจอดช้าๆในโรงจอดรถของห้องแถวซอมซ่อแห่งหนึ่งซึ่งเป็นที่พำนักของโก้
ห้องแถวแห่งนี้เป็นห้องชั้นเดียวเป็นแถวยาวติดกัน 5 ห้อง  โดยห้องโก้อยู่เกือบริมสุด 
ภายในห้องของเขาก็ไม่ได้มีอะไรมาก  หากเปิดประตูหน้าเข้าไปจะเป็นแค่ห้องโล่งๆมีเพียงเสื่อหมอนพัดลมแค่นั้น  มีห้องน้ำเล็กๆในตัวอยู่มุมซ้ายของห้อง  ถัดจากห้องน้ำเป็นประตูหลัง  เมื่อเปิดออกไปเป็นส่วนซักล้างซึ่งเป็นพื้นต่างระดับต่ำลงไปจากพื้นห้องพอสมควร  ไว้สำหรับซักผ้าตากผ้าโดยมีอิฐบล็อคก่อกั้นระหว่างแต่ละห้องห้องสูงราวๆคอ 
มันไม่ได้ปลอดภัยอะไรนักแต่ก็ยังดีที่ป้าข้างห้องเขาเป็นคนน่ารักคอยสอดส่องดูแลกันตลอด
ชายโสดตัวคนเดียวที่ต้องหาเงินเลี้ยงที่บ้านอย่างเขาไม่ต้องการอยู่สบายเท่าไหร่นัก  แค่เพียงมีที่ซุกหัวนอนถูกๆ  มีข้าวกินสามมื้อ  มีเงินเยอะๆไว้ส่งให้ที่บ้านเท่านี้ก็เพียงพอแล้ว
“อ้าวโก้กลับมาแล้วเหรอ  วันนี้กลับช้านะ”ยายมาลีเจ้าของห้องที่อยู่ติดกับเขาเอ่ยทัก  ในมือถือถุงขยะเตรียมไปทิ้ง
“มีสังสรรค์นิดหน่อยครับยาย  มาๆยายผมช่วย”โก้ตรงเข้าไปช่วยถือถุงขยะไปทิ้งอย่างมีน้ำใจ 
จริงๆเขาก็สงสารแกด้วยที่แกต้องมาอยู่ตัวคนเดียวเพราะลูกชายหัวแก้วหัวแหวนไปติดผู้หญิงจนไม่ยอมกลับบ้านกลับช่องมาเป็นสิบปีแล้ว  ยังดีที่แกเป็นข้าราชการเก่าจึงมีเงินบำนาญนิดหน่อยให้พอจุนเจือใช้จ่ายค่าเช่าห้องได้  ทรัพย์สินของมีค่าก็ไม่มีเพราะยกให้ลูกไปหมดแล้ว  เขาจึงอยากช่วยเหลืออะไรก็ตามที่ช่วยแกได้
“อย่าเมาไม่รู้เรื่องแล้วขับรถล่ะมันอันตรายรู้มั้ย”
“แหะๆๆ  ครับยาย  แค่กินกับเพื่อนนิดๆหน่อยๆน่ะครับไม่ได้กินอะไรเยอะแยะ  ยายไม่ต้องห่วงหรอก”
“ที่ยายเตือนเพราะเห็นโก้เป็นเหมือนลูกเหมือนหลานนะรู้มั้ย”
“แหะๆ”โก้ยิ้มแห้งๆ  จริงๆเขาก็นับถือยายมาลีเป็นเหมือนญาติผู้ใหญ่คนหนึ่งนั่นแหละพอมาเจอคำดุแบบนี้เขาจึงค่อนข้างจะเกรงใจเป็นธรรมดา “เพื่อนชวนน่ะครับผมก็ขัดไม่ได้  ว่าแต่ช่วงนี้ร้อนนะครับ  เห็นข่าวเขาว่าคนเป็นโรคลมร้อนกันบ่อยน่ะ”
“ยายสบายอยู่แล้วลูก  อยู่ลำบากมาตั้งแต่เด็ก  โก้ไม่ต้องห่วงยายหรอก”
“...พูดถึงเรื่องลำบาก  เดี๋ยวนี้ของอะไรก็แพงไปหมดเลยนะครับยาย  ค่าข้าวเอย  ค่าน้ำมันเอย  ไหนจะค่าโน่นค่านี่อีก  แต่ละอย่างราคาขึ้นเอาๆไปหมด  ไม่รู้ต่อไปจนๆอย่างผมนี่จะอยู่รอดมั้ย  ดีไม่ดีคงต้องหนีกลับต่างจังหวัดไปอยู่บ้านแน่เลย”
“เอาน่ะโก้  ไม่ว่าอะไรจะขึ้นจะลงเราก็ต้องอยู่ให้ได้นะลูก  อย่าไปท้อ  ดูยายสิตัวคนเดียวไม่ค่อยมีเงินมีทองอะไรเท่าไหร่ยังอยู่ได้เลย  คนเราน่ะชีวิตยังไม่สิ้นต้องดิ้นกันไปนะ”
“ฮ่ะๆๆ  เรื่องสู้ผมรับรองเลยว่าไม่แพ้ใครแน่ๆยาย”
“เอ้อ!!  จะว่าไปยายทำแกงเอาไว้หม้อใหญ่เลย  โก้แบ่งไปกินบ้างสิลูก  ประหยัดๆค่าข้าว”
“โห!  ไม่ดีกว่าครับ  ยายเก็บไว้กินจะดีกว่า  ผมยังหาเงินหาทองได้ยังไงผมก็ซื้อกินได้ไม่ต้องห่วงผมหรอกยาย”
“เอาน่ะ  ยายทำเผื่อโก้ด้วยนั่นแหละ  ไม่รับของจากผู้ใหญ่เสียมารยาทนะ”ยายมาลีเอ่ยดักคอไม่ให้ชายหนุ่มได้ปฏิเสธ  โก้จึงยิ้มรับน้ำใจของยายแต่โดยดี
“งั้นเดี๋ยวผมไปเอาถ้วยมาให้นะครับ”
“ไม่ต้องๆ  โก้ไปอาบน้ำอาบท่าเถอะลูก  เดี๋ยวยายตักแบ่งใส่หม้อเล็กไปให้  เหนื่อยมาทั้งวันแล้วนี่  ไปๆๆๆ”ยายมาลีไล่เขาก่อนจะเข้าห้องตัวเองไป  โก้จึงต้องตามใจคนแก่  เข้าห้องไปอาบน้ำอาบท่าให้สบายเนื้อสบายตัวและจัดสำรับอาหารรอรับลาภปากอยู่ในห้อง
ก๊อกๆๆ
“โก้เปิดประตูหน่อยลูก”
“ครับๆ”ชายหนุ่มรีบเปิดประตูพร้อมกับจับยกหม้อแกงกะทิในมือยายไม่ให้ต้องถือนาน “ยายมาเรียกให้ผมไปเอาก็ได้ครับ  แค่นี้ผมก็เกรงใจจะแย่แล้ว”
“เอาน่ะ  รับๆไปเถอะ  แล้วมีข้าวรึยังล่ะเนี่ย”
“มีแล้วครับๆ  ยายมากินด้วยกันสิครับ”โก้ชวน
“ยายกินแล้วล่ะ  โก้กินเถอะ  แบ่งๆกันอิ่ม”ยายมาลียิ้มให้ชายหนุ่มด้วยความเอ็นดูก่อนจะโบกมือไล่ให้เขาเข้าห้องแล้วเดินกลับห้องตัวเองไป
การกินอาหารหลังจากได้ดื่มเรียกน้ำย่อยกับเพื่อนเป็นอะไรที่ทำให้เจริญอาหารเป็นอย่างมาก  แกงกะทิของยายเมื่อได้กินกับผักต้มจิ้มน้ำพริกที่เหลือค้างอยู่ในสำรับข้าวก็ยิ่งเพิ่มความอร่อยและเพิ่มความอยากอาหารมากขึ้นอีก  หมูในแกงกะทิก็แสนจะเนื้อแน่นเหนียวราวกับเนื้อหมูป่ายิ่งเคี้ยวก็ยิ่งมัน  เพียงไม่นานโก้จึงกินทั้งแกงทั้งข้าวจนเกลี้ยงหม้อ
“โอยยย  ลาภปากๆ  อิ่มจุกๆเลยจริงๆ  พรุ่งนี้ค่อยหาอะไรมาให้ยากินบ้างดีกว่า”เขาเอ่ย  จัดการเก็บถ้วยชามออกไปล้างหลังบ้าน
สิ่งแรกเมื่อเขาเปิดประตูหลังบ้านออกมาเลยคือกลิ่นแปลกๆ
มันเป็นกลิ่นตุๆเหมือนเนื้อค้างคืน  ไม่ใช่กลิ่นที่รุนแรงอะไรมากแต่มันก็มากพอให้ชวนสงสัย
“...”โก้หันซ้ายหันขวาหาที่มาของกลิ่น  และก็พอจะจับทิศทางได้ว่ามาจากห้องริมสุด  ห้องของยายมาลีนั่นเอง
ด้วยความที่เขาสนิทกับเจ้าของห้องจึงลองชะโงกหน้าผ่านกำแพงอิฐบล็อคเข้าไปสำรวจความเรียบร้อย  และนั่นทำให้ชายหนุ่มถึงกับช็อค
แสงนวลผ่องสว่างจ้าจากพระจันทร์ที่เต็มดวงส่องลอดชายคากันสาดมาให้พอได้เห็นร่างของยายมาลีนอนหงาย  หัวพาดอยู่กับพื้นต่างระดับระหว่างส่วนซักล้างกับพื้นห้องโดยมีผ้าเช็ดเท้าไหมพรมผืนหนารองอยู่
“เฮ่ย!ยาย!”เขาอุทานลั่น  ทิ้งทุกอย่างในมือลงกับพื้นรีบวิ่งอ้อมเข้าห้องไปดูยายด้วยความตกใจ  และเมื่อเขาอุ้มร่างที่แน่นิ่งขึ้นก็ต้องขนลุกซู่
ร่างนี้แข็งทื่อและเย็นเฉียบ  ดวงตาปรือเหมือนคนไร้สติแต่ไม่มีลมหายใจบ่งบอกถึงสัญญาณความมีชีวิตเลยแม้แต่น้อย
“ยาย! ยาย!!ๆๆ”โก้พยายามเขย่าตัวหญิงชราจนคนข้างห้องโผล่มาดูด้วยความสงสัย “พี่ๆ!  เรียกหมอมาให้ผมที  ยายเป็นอะไรก็ไม่รู้!!!”

จากนั้นไม่นานทั้งหมอทั้งตำรวจก็มารายล้อมที่เกิดเหตุเต็มไปหมด  โก้ถูกตำรวจเรียกตัวให้ปากคำเนื่องจากเขาเป็นผู้พบศพและได้คุยกับผู้ตายเป็นคนสุดท้าย
“...คุณมาถึงก็พบผู้ตายออกไปทิ้งขยะเลยงั้นเหรอครับ”
“ใช่ครับ  แกยังชวนให้กินแกงของแกอยู่เลยครับคุณตำรวจ”
“...คุณดื่มหรือเสพอะไรมามั้ยครับ”
“ดื่มมานิดหน่อยกับเพื่อนน่ะครับ  แต่ผมไม่ได้เมานะคุณตำรวจ  คุณคิดว่าผมฆ่ายายมาลีเหรอ  ผมกับยายสนิทกันมากนะครับใครก็รู้  ถามคนที่นี่ดูได้เลย”
“เปล่าๆ  ใจเย็นๆครับคุณ  คือหมอที่มาชัณสูตรเขาให้ข้อมูลผมมาแล้วว่าคุณยายน่าจะเสียชีวิตมาได้ครึ่งวันแล้วนะ”
“...คุณว่าไงนะ”
“คุณยายตัวเย็นหมดแล้ว  สภาพศพก็แข็งแล้ว  ถึงอากาศร้อนจะเร่งให้ศพอยู่ในช่วงแข็งตัวและอ่อนตัวเร็วขึ้นแต่อย่างน้อยคุณยายก็ต้องเสียชีวิตตั้งแต่บ่ายโมงถึงบ่ายสาม  คุณไม่มีทางเจอคุณยายได้หรอกครับ”
“...แล้วที่ผมเจอมันคืออะไรล่ะคุณตำรวจ”โก้เอ่ยเสียงสั่น  รู้สึกงวยงงไปหมดกับสิ่งที่เกิดขึ้น  ทุกอย่างมันเป็นเรื่องที่เขาไม่มีทางเมาแล้วฟุ้งซ่านขึ้นมาได้แน่  ใครมันจะคุยคนเดียวเป็นวรรคเป็นเวรแล้วยังทั้งหิ้วถุงขยะกับแกงนั่นอีกล่ะ
“ผมก็ไม่รู้หรอกครับว่าคุณเจออะไรแต่ผมก็เอาเรื่องนี้ไปเขียนในรายงานไม่ได้แน่ๆ...”
“หือ!!!  หมวดครับหมวด!!”เสียงเรียกจากตำรวจนายหนึ่งขัดจังหวะขึ้นเมื่อเปิดตู้เย็นออก  เขาผงะเอามือปิดปากในทันทีก่อนจะถอยออกห่างและพูดต่อ “ศพแมวเต็มช่องฟรีสเลยครับหมวด”
ถึงจะเห็นไม่ชัดแต่โก้ก็ยังเห็นว่ามีศพสัตว์สี่เท้าตัวเล็กๆถูกถอนขนจนเกลี้ยงเป็นสีเนื้อเนียนทั้งตัว  ท้องก็มีรอยแผลผ่าเปิดโดยไร้ซึ่นเครื่องในอยู่ในนั้น
“...อึก!!  แหวะ!! โอ๊กกกกกกก”เขาโก่งคออ้วกออกมาตรงนั้นทันทีเมื่อนึกถึงแกงที่ยายเอามาให้กิน 
...ไม่เอาอีกแล้วทั้งห้องเช่านี่ทั้งเพื่อนบ้านที่แสนดี  จากนี้เพื่อนบ้านคงเป็นผีอาหารรสดีก็เป็นแกงแมว  กูไม่อยู่แล้วจะออกมันซะคืนนี้แหละ!!!